รอยยิ้มสีส้ม

posted on 12 May 2009 02:25 by todayispresent in LunlaingAround
 
 
 

1.

เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

เวลากลางคืน บนถนนบรรยากาศคล้ายถนนข้าวสารประเทศไทย

 

ละลานด้วยสิ่งคุ้นตาอย่าง โรงแรม เกสต์เฮ้าท์ บริษัททัวร์ ร้านอาหาร ผับ บาร์ มินิมาร์ท

ร้านขายของที่ระลึก และสิ่งแปลกตา เช่น คนขายหนังสือท่องเที่ยว (ก๊อปปี้) ที่จะอุ้มหนังสือกองละ

20-30 เล่ม เดินขายถึงที่ ผู้หญิงขายหมากฝรั่งและกระดาษชำระ ที่มีลักษณะบังคับเหมือนกันหมดคือ

ทุกคนต้องอุ้มเด็กมาหนึ่งคนมาขายด้วย มอเตอร์ไซด์รับจ้าง คอยโบกนักท่องเที่ยว ไม่มีเสื้อกั๊กหรือ

สัญลักษณ์ใดๆ เพียงแค่จอดอยู่และมีคนขับนั่งอยู่บนรถเป็นอันว่าใช้ได้

 

 

โต๊ะอาหารที่นี่มีสองระดับ ในร้านจะเป็นระดับสูง ตามมาตรฐานทั่วไป แต่ถ้าเลยเพดานร้านออกมา

ความสูงของโต๊ะจะถูกลดลงมาเหลือเพียงระดับเข่า ไม่ว่าจะเป็นผับหรือร้านขายน้ำผลไม้ปั่นก็ตาม

เมื่อนั่งแล้วสามารถมองเห็นวิวของไฟท้ายรถมอเตอร์ไซด์จำนวนมากในระยะประชิดระดับสายตาได้ชัดเจน




2.

"เอาหมากฝรั่งไหม?" ฉันเงยหน้าขึ้นจากโปสการ์ด เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนยิ้มตรงหน้า แล้วยื่นหมากฝรั่งให้

"ไม่ล่ะ ฉันมีแล้ว ขอบคุณ" พลางหยิบหมากฝรั่งในกระเป๋ายื่นให้ดู

"งั้นทิชชู่ก็ได้" เธอเสนอของชิ้นต่อไป

"ไม่ดีกว่า ทิชชู่ก็มีแล้วเหมือนกัน" ฉันยิ้มให้อีกที เธอไม่ว่าอะไรยิ้มตอบแล้วเดินจากไป 

 

ห้านาทีต่อมา

 

"เท่าไหร่ล่ะ" คนข้างๆฉันถามใครบางคน

"หนึ่งหมื่นดอง"(ประมาณ 25 บาท) เสียงเล็กๆที่ตอบทำให้ฉันหันไปมอง

เด็กผู้ชายเดาอายุว่าประมาณห้าขวบ ขายหมากฝรั่งสำเร็จแล้ว

เราสบตากันแวบหนึ่่ง แล้วฉันก็หันกลับมาวาดโปสการ์ดต่อ

 

แต่คนขายตัวน้อยไม่ยอมไป กลับเดินอ้อมโต๊ะมายืนข้างๆ จ้องมองปากกาสี พู่กัน และกระดาษบนโต๊ะ

ฉันยิ้มนิดๆ เก็บโปสการ์ดที่วาดเสร็จ หยิบกระดาษลองสีออกมาขีดๆเขียนๆ แล้วมองหน้ากลับไปบ้าง

พอเห็นไม่ว่าอะไร  พ่อหนุ่มน้อยก็หยิบปากกาสีบนโต๊ะ เอามาลองขีดเขียนไปทีละแท่ง จนครบทุกสี

 

ผ่านไปสักพัก พ่อหนุ่มน้อยหยิบปากกาสีส้มขึ้นมาแล้วถามว่า  "ขอได้ไหม?"

"หนึ่งหมื่นดอง" ฉันตอบยิ้มๆ เด็กน้อยก้มหน้านิ่ง

ฉันยกกล้องขึ้น "โอเค งั้นยิ้มหนึ่งที"

ยิ่งกว่านายแบบ เขาถอยหลังไปสองก้าว กะระยะกล้อง แล้วยิ้มแกนๆให้หนึ่งที

จริงใจมากน้อง ฉันขำกับท่าทางนั้น แล้วยื่นปากกาให้ 

 

คราวนี้เขาหยิบปากกา แล้วเริ่มเขียนบนกระดาษแผ่นหนึ่ง 1..0..0..0.0..0..0 โห ขอหมื่นให้ตั้งล้าน

ไม่เลวนะเด็กคนนี้ ฮ่าๆๆ พอเขียนเสร็จก็เริ่มนับปากกาบนโต๊ะเป็นภาษาอังกฤษ

"หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า....สิบเอ็ด"

"โห เก่งจัง ชื่ออะไรน่ะ"  ฉันชมแต่ก็ไม่สามารถจำชื่อที่ออกเสียงยากๆนั้นได้

 

คราวนี้เขาหยิบปากกาขึ้นมาอีกสองแท่ง ถามใหม่ว่า "ขอได้ไหม?"

"ไม่ได้ ให้แท่งเดียว" ฉันยิ้มตอบ

เด็กน้อยไม่ยอมแพ้ วางปากกาสีส้มลง หยิบสีเหลืองเทาและเขียวขึ้นมา "อันนี้ได้ไหม?"

น้องจ๋า มันก็เหมือนกันทุกสีแหละจ้ะ ฉันขำให้กับความพยายาม แต่ก็ตอบใหม่ว่า "ให้แท่งเดียว"

เขาคิดนิดหนึ่ง วางปากกาสามแท่งลง แล้วก็หยิบสีส้มอีกที 

"ท่าทางจะชอบสีส้มนะ รู้จักต่อรองด้วย ใช้ได้ๆ"  ฉันคุยกับคนข้างๆหลังจากเขาวิ่งหายไป

 

หลังจากนั้นทุกๆสิบห้านาที พ่อค้าตัวน้อยจะวิ่งไปขายของแล้ววิ่งกลับมาเล่นด้วย

โต๊ะชาวต่างชาติข้างๆคงถูกใจจึงเรียกไปและยกเศษเงินทอนให้ เจ้าเด็กน้อยรับไว้และขอบคุณ

 

 

"แล้วนี่อะไร?" กลับมาอีกทีคราวนี้สนใจกล่องสีน้ำขนาดพกพาบนโต๊ะ ฉันเปิดให้ดู

เขาเอามือจิ้มๆแตะๆ หยิบปากกาพู่กันมาลองเขียนดู ออกมาแต่น้ำ ไม่สนุกเลย

กลับไปเล่นปากกาสีดีกว่า ผ่านไปสักพักเมือเห็นสีที่โดนน้ำเริ่มกระจายตัว เด็กน้อยเริ่มตื่นเต้น 

 

คราวนี้เล่นกันใหม่ ฉันหยิบปากกาสีวาดรูป และเขาจะคอยเอาพู่กันวาดตามให้สีละลายหายไป

สองคนหัวเราะกันคิกคัก เห็นเขาหัวเราะแล้ว คิดในใจว่ารอยยิ้มนี่ต่างหากที่ดูจริงใจกว่าเมื่อกี๊ตั้งเยอะ

แต่ก็ดีแล้วล่ะที่น้องยังทำให้มันเหมือนกันไม่ได้

 

ด้วยความไม่รักเด็ก แต่ฉันกลับรู้สึกถูกชะตากับเจ้าหนุ่มน้อยมาดกวนนี้พอสมควร

สงสัยคงเป็นเพราะพูดจา รู้เรื่อง ฉลาดและ ไม่ประจบล่ะมั้ง....เดาว่านะ

 

 

3.

คืนวันต่อมา ขณะกำลังเดินกลับที่พัก

"เฮ้" เสียงๆหนึ่งดังขึ้นข้างๆ พ่อหนุ่มน้อยคนเดิมนั่นเอง แต่คราวนี้ถูกแม่อุ้มอยู่

ผู้คนมากมายบนถนน ฉันยิ้มให้และเราเดินผ่านไป ก่อนจะลับสายตา เหมือนจะเห็นแววตาเศร้าๆอยู่นิดๆ

"สงสัยแม่อุ้มเลยซนไม่ได้มั้ง"    "อืม....."

 

ฉันแวะซื้อคุกกี้ช็อคโกแลตสองห่อใส่กระเป๋า กะว่าถ้าเจออีกน่าจะทำให้ยิ้มได้บ้าง

คืนนี้เรานั่งกันข้างในร้าน  แต่อะไรบางอย่างมันก็ยังค้างคาอยู่นิดๆ

"ออกไปเดินเล่นรอบนึงนะ เผื่อเจอน้อง ขี้เกียจนั่งรอ" นี่คงเป็นนิสัยเสียที่ฉันยังไม่ได้แก้

เดินรอบๆถนนทั้งสองฝั่งทะลุออกซ้ายขวาจนทั่วแล้ว ก็ยังไม่เห็น

อืม ช่างเถอะ  ฉันคิดและกลับไปที่ร้าน อย่างน้อยอะไรที่ค้างคาก็ดูคล้ายจะจางๆลงไปบ้าง

 

ชั่วโมงกว่าๆผ่านไป "นั่นไงใช่มั้ย"   "ใช่ๆจำเสื้อได้"

ได้รับคำยืนยัน ฉันรีบเดินออกไปหาหน้าร้าน วันนี้เจ้าตัวน้อยกอดแม่นิ่ง ดูเหนือย ซึม

ไม่ขายของ และไม่เหลือมาดกวนๆของเมื่อวานเลย

 

ฉันเดินอ้อมไปเอามือแกล้งปิดหน้าที่ซบไหล่แม่อยู่

เมื่อหันมา เด็กน้อยฉีกรอยยิ้มกว้างให้เห็น ค่อยดูดีขึ้นหน่อย

หันไปถามแม่ว่า "วันนี้เขาเหนื่อยหรอ ซึมเชียว"  สงสัยแม่จะตอบไม่ถูก ได้แต่ยิ้มแล้วเยสกับทุกคำถาม

 

งั้นหยิบคุกกี้ออกมาล่อดีว่า ได้ผล คราวนี้เขาดีใจ ยื่นให้แม่ดู แล้วเอื้อมมือคว้าคอคนให้ไปหอมแก้ม...

นั่นไง ว่าแล้วเจ้าเด็กนี่ ธรรมดาซะที่ไหน - -" เลยขยี้หัวด้วยความเอ็นดูไปหนึ่งที

 

ยังไม่จบ คราวนี้หนุ่มน้อยยื่นหมากฝรั่งกับห่อทิชชู่ในมือให้ ฉันแกล้งถามว่า "ให้ฟรีหรอ?"

เขามองหน้าไม่ตอบแล้วหยิบหมากฝรั่งใส่มือให้  น่ารักมาก!! แต่ถามแม่ก่อนดีไหมจ๊ะที่รัก ฮ่าๆๆ

ฉันหยิบหนึ่งหมื่นดองจ่ายให้ในน้ำใจนั้น แล้วเดินกลับเข้าร้าน

 

 

 

4.

หลังจากไปเที่ยวเมืองอื่นๆไปหลายวัน คืนสุดท้ายในโฮจิมินห์ ฉันตั้งใจออกมานั่งหน้าร้านใกล้ถนน

เผื่อได้ร่ำลาเจ้าเด็กบ้า ที่ตอนนี้เรียกกันว่า ไอ้น้องรัก ไปซะแล้ว

ไม่ต้องรอนาน เสียงทัก "เฮ้" ดังขึ้น เงยหน้าขึ้นไปเห็นรอยยิ้มจากทั้งแม่ทั้งลูก

คราวนี้แม่ยอมปล่อยลูกจากอ้อมกอดลงมาแต่โดยดี หรือเจ้าตัวจะลงมาเองก็ไม่แน่ใจ 

 

เขาตรงเข้ามากอดทักทาย ฉันซื้อหมากฝรั่งราคาหนึ่งหมื่นดองอีกห่อ

คราวนี้ซื้อหมากฝรั่งก็หอมแก้มด้วย! - -"

 

"พรุ่งนี้จะกลับแล้วนะ" ฉันบอกเจ้าหนุ่มน้อย เขาก้มหน้าไม่พูดอะไร

ฉันโชว์ข้อมือให้ดู มีกำไลถักเส้นเล็กๆที่เพิ่งซื้อมา ให้เขาเลือกไปหนึ่งเส้น

พอใส่ให้เสร็จเจ้าน้องชายก็เอาข้อมือมาเทียบๆเป็นทำนองว่าใส่เหมือนกัน  แล้วก็ถอยออกไปยืนตรงหน้า

ยื่นมาให้คนข้างๆเช็คแฮนด์ เป็นการร่ำลา!!  อะไรกันเนี่ยไอ้น้องบ้า ฮ่าๆๆๆ

เราเช็คแฮนด์กัน ไม่มีรอยยิ้มกว้าง

แต่บางอย่างบอกว่า ณ วินาทีนั้นเราตั้งใจที่จะไม่ลืม ไม่ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม

 

 


รอยยิ้มนี้แลกกับปากกาสีส้ม...และหลังจากนั้น ฉันก็ไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้อีกเลย

 

ปล.ตั้งใจจะอัพทริปเวียดนามก่อนไปเร่ร่อนครั้งใหม่ แต่จากนิสัยที่ชอบทำทุกอย่างตอนสุดท้ายท้ายสุด

ทำให้ไม่สามารถจริงๆ เลยเลือกเอาเรื่องที่คิดว่าจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะลืมเกี่ยวกับทริปนั้น (ซึ่่งก็ยาวมากละ)

ไว้กลับมาจะอัพเรื่องอื่นต่อให้น๊าาาา T^T

 

บายๆอาทิตย์หน้าเจอกันใหม่ XD,,

 

 

 

อีกสองชม.คนเขียนก็ต้องขึ้นเครื่องแล้ว ยังไม่ได้นอนเลยไปล่ะ แวบบบบ  = ='

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

กลับมาไทยแล้วมาซื้อหมากฝรั่งผมมั่งนะ

เด๋วแถม"หอม"ให้แก้มนึง..

อะล้อเล่นน

#18 By Pizza_peach on 2009-06-04 22:57

เรื่องยาวมาก
แต่พออ่านจบ ก็พบว่า มันน่าสนใจมาก
อยากไปเที่ยว ให้เห็นกะตา สักครั้งจัง

big smile
^
^
^

เม้นดีว่ะป่าน เจ๋งงงงง

#16 By Blog Talt shall we read? on 2009-05-23 09:49

ชอบมากพี่วี

แบบนี้ถ้าเจอในหนังสือป่านต้องหาชื่อคนเขียน

#15 By Tallie on 2009-05-19 15:08

น่าประทับใจจังเลยค่ะ

เด็กน้อยก็ใช่ย่อยนะเนี่ย^^

ฮ่าๆ น่ารักมากค่ะ

#14 By emma. on 2009-05-15 10:38

น่ารักมากๆ ประทับใจจัง

#13 By easygirl.iam on 2009-05-13 12:42

ประทับใจมากเลยวิ้ง Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

การแลกเปลี่ยนมีผลทางใจที่น่าจดจำมากกว่าแค่หยิบหมื่นดองเยอะ คุณค่าบางอย่างตีค่าเป็นเงินไม่ได้เนอะ big smile

#12 By Blog Talt shall we read? on 2009-05-12 20:20

อืม สิ่งดัๆconfused smile

#11 By Nerd de Scriptorus on 2009-05-12 17:32

อยากไปเที่ยวบ้างจังเลย
อิจฉา ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#10 By Moo Duck Dick on 2009-05-12 17:01

ผมชอบเวียดนามครับ
เคยคิดที่จะไปเยือนด้วย
แต่ตอนนี้หยุดไว้ที่คิด

อีกอย่างหนึ่ง
ผมชอบโปสการ์ด
ชอบเสน่ห์ของมัน
รวมถึงชอบคนท่จรดปากกาเขียนมัน

คลาสสิกและสวยงาม
confused smile
เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ big smile

ปล. โฮววววว
เอนทรี่นี้อ่านแล้วจะว่าอบอุ่นดีก็ใช่ แต่ไหงมันรู้สึกได้กลิ่นความเหงาแถมมาด้วย (สงสัยเมธ์จะไม่ชอบการจากลาล่ะมั้ง )

#8 By maebin on 2009-05-12 16:27

big smile

#7 By LungDeng on 2009-05-12 14:36

หนุ่มน้อยน่ารักจริงๆ...

เที่ยวให้สนุก..
เที่ยวเผื่อด้วยนะคะ...

big smile confused smile
wink wink

#5 By on 2009-05-12 12:21

1 การเดินทาง กับ
1 เรื่องประทับใจ
น่ารักจัง

อ่านไปยิ้มไป กับความผูกพันน่ารักๆ
แต่พออ่านๆไปจนถึงตอนที่ต้องร่ำลา
เค้าแอบน้ำตาคลอไปอ่ะวิ้ง
ไม่ชอบบอกลา แบบที่ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่เลยแฮะ

เดินทางสนุกปลอดภัยนะ

cry

#4 By OrdinarY GirL (58.8.243.104) on 2009-05-12 11:56

โอ๊ะโอ หนุ่มน้อยน่ารักจังเลย

การแลกเปลี่ยนอย่างนี้ ดูท่าจะทำเอาสุขใจทั้งคนให้+คนรับนะคะ (คนอ่านก็สุขใจ ^^)

ปล. เที่ยวทริปใหม่ให้สนุกน้าค้าพี่วี double wink

#3 By Vingt-Neuf (58.9.53.221) on 2009-05-12 10:37

เดินทางดีๆนะครับ

หวังว่าคงได้รอยยิ้มกลับมาอีกหลากหลายสี

งั้นตอนนี้เอารอยยิ้มสีเหลืองไปก่อน confused smile

#2 By ecOnuizer on 2009-05-12 10:03

โอ้ยยยย
เจ้าหนุ่มน้อยน่ารักจริงๆ cry

รอยยิ้มเด็กๆ รอยยิ้มที่ส่งตรงจากใจ สู่คนรับ
จนสัมผัสได้จริงจัง big smile

ปล.อัพบล็อกก่อนขึ้นเครื่อง2ชม.
วิ้งจริงๆ ฮ่าๆๆๆ open-mounthed smile

ปลอดภัยทุกเส้นทางจ้าาาาาา confused smile

#1 By bababee on 2009-05-12 08:57